วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

หลบงาน หนีเที่ยว ลุยเขาช้างเผือก

      ในเวลาทำงาน ทุกคนก็มักสนุกเต็มที่ แต่บางครั้งก้รู้สึกเหนื่อยล้า ต้องการการพักผ่อน เฉกเช่นกับพวกเรา ที่อยากออกไปสัมผัสเรื่องตื่นเต้น ท้าทาย แล้วที่ใดเล่า ที่ตรงตามความต้องการของเรา

  พวกเราทำงานไปก็นั่งคิดกันว่า เราจะไปที่ไหนดีนะ ที่ไม่ไกลจากรุงเทพมาก และเดินทางสบาย ลางานก็ไม่เยอะ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป สรุปไป สรุปมา เราก็เลือกที่แห่งนี้ เพราะได้ยินมาเกี่ยวกับความเสียว ความตื่นเต้น และได้สัมผัสอากาศยามเช้าอย่างแท้จริง นั่นคือ "เขาช้างเผือก"



   หลังจากที่เราลงตัวกันทุกอย่าง เราก็เลือกที่จะไปค้างคืนแรกที่บ้านเพื่อนก่อน ที่จังหวัดกาญจนบุรี เพราะว่าเราจะได้ออกเดินทางตอนเช้า ซึ่งเรานัดหมายกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯไว้ 08.00 น.

   การเดินทางถือว่าสนุกและสุดยอดมาก เพราะเราได้ผ่านม่านหมอกยามเช้า แทบหาทางไปทองผาภูมิไม่เจอ ระหว่างทางพวกเราจะต้องผ่านโค้ง 399 โค้ง เพื่อไปให้ถึงทองผาภูมิ หมู่บ้านอีต่อง นั่นคือจุดหมายปลายทางของเรา

   เหมือนคำของคนเก่าที่กล่าวไว้ " ยิ่งใจอยากไปถึงเท่าไหร่ มันก็ดูช่างไกลจริงๆ" เราขับรถมาเหมือนนานมาก และรู้สึกเมื่อยตัวกันมากๆ แต่ใจของพวกเราไม่ยอมแพ้ ที่จะไปพิชิตยอดเขาที่เขาว่าเสียวนี้ให้ได้ และแล้วพวกเราก็มาถึงในที่สุด

   555 เรามาถึงอุทยานครับ ยังไม่ถึงบ้านอีต่อง ก่อนที่เราจะเข้าไปในหมู่บ้าน เราจะต้องเสียค่าเข้าและค่าใช้จ่ายต่างๆก่อนครับ ไหนๆก็มาถึงหละ ถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อย


หลังจากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าสู่บ้านอีต่อง ที่นัดหมายของเราก่อนเดินพิชิตเขาช้างเผือก

   เนื่องจากพวกเรามาถึงก่อนเวลานัดหมาย จึงมีเวลาได้หาอะไรยามเช้าทานและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึก 555


ภาพนี้คือภาพยามเช้าที่ผู้คนไม่เยอะ ชอบเลย ไม่ต้องแย่งกับใคร ทั้งกิน ทั้งถ่าย(ภาพ)


   แสงแดดเริ่มสาดส่องมาแล้วครับ ต้องหาอะไรปกป้องสักหน่อย ที่นี่แม้แดดจะร้อน แต่อากาศก็ยังหนาวเย็นอยู่ครับ เลยต้องปกป้องกันหน่อย


   หากใครอยากเขียนโปสการ์ดส่งไปให้คนที่รักเรา หรือคนที่เรารัก หรือเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็สามารถส่งได้นะครับ มีหลายแบบให้เลือกแล้ว

หลังจากนั้นพวกเราก็เจอกับเจ้าหน้าที่นำทางไปเขาช้างเผือกครับ และแล้วทุกคนก็เริ่มเดินทาง


   เห็นป้ายนี้แล้ว แค่ 8 กิโลเอง เอิ้ก เพื่อนบางคนถอดใจเลย ถามว่าไม่ไปได้ไหม ไหนก็มากันแล้วนะ ไม่ทิ้งกันแน่นอน ผมจึงลากเพื่อนไปด้วยกัน ทริปนี้เราไปกันสี่คนครับ ชาย 2 หญิง 2 เริ่มต้นการเดินทางพวกเราสนุกสนานกันมากเชียว


   ทางเดินก็ตามที่เห็นครับ ต้องผ่านคลอง ผ่านทางเดินที่เป็นดิน ทั้งป่าไม้ แต่ก็ไม่มีผลต่อทุกคนครับ เพราะยังสนุกกับการเดินทาง


หลังจากทุกคนเดินทางมาก็เริ่มรู้สึกว่ามันไกลๆ กว่าจะมาถึงป้ายแห่งนี้ เลยนึกถึงเพลงๆนึง

"กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง
เหมือนมีอะไรที่ดึง ไม่ให้เราเลือกทางใด"

แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่อยู่ที่ตรงนี้ เราจะต้องเดินต่อไปอีกไกลแค่ไหนไม่รู้

"อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที"

ระหว่างเดินทางก็ร้องเพลงกันไป คุยกันไป มองไปรอบๆ ธรรมชาติสวยงาม ไม่รู้สึกเบื่อเลยจริงๆ



เดินมานานแค่ไหนไม่รู้ ก็มาถึงจุดพักแรก ย้ำนะครับ จุดพักแรก ดูสภาพแต่ละคนสิ


   หลังจากพักผ่อนกัน เต็มอิ่ม ทุกคนก็ออกเดินทางกันต่อ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทางข้างหน้า อาจจะแคบและชันนิดหน่อยนะครับ (ย้ำนะครับ ชัน และ แคบนิดหน่อย) แต่ในความเป็นจริง



เอิ้ก นิดหน่อยจริงๆ แต่ก็กลับไม่ได้แล้วนี่ ยังไงก็ต้องลุยกันต่อไป เอาเป็นว่าเดินระวังกันดีกว่า และมองภาพสวยๆเพื่อกลบความไกลออกไป


หลังจากเดินมาครึ่งทาง เจ้าหน้าที่ก็ชี้ให้ดู โน่นครับ บนยอดนั้น คือที่เราจะไปพัก พระเจ้าจอร์ท กล้วยทอด 


และแล้วทุกคนก็มาถึงจุดที่กางเต็นท์ มองลงไปแล้ว เห้อ ดีใจจัง จะได้พักแล้ว แต่กว่าจะลงไปถึงจุดนั้นสิครับ แทบขาลาก เพราะต้องจับเชือกให้มั่น ไม่งั้น ลงไปนอนก้นเหวแน่นอน


จุดกางเต็นท์นี้จำกัดพื้นที่นะครับ กางได้ไม่มาก เพราะลมมันแรง ขนาดเรานอนอยู่ยังจะปลิวเลย 

หลังจากมาถึงจุดที่พักกางเต็นท์ ทุกคนก็เก็บสัมภาระ และนอนพักผ่อน เพราะเหนื่อยกันมากจริงๆ รอเวลาเพื่อไปพิชิตเขาอีกลูกนึง ซึ่งเป็นที่ที่เสียวและตื่นเต้นที่สุดของการมาครั้งนี้

พอได้เวลา เจ้าหน้าที่ก็มาเรียกพวกเราทุกคน เราก็เตรียมตัวพร้อม พร้อมจะลุย แต่เพื่อนผู้หญิงอีกคนนึงไม่ไหว จึงขอรอที่เต็นท์ เราสามคนจึงต้องลุยต่อไป

การเดินทางไม่โหดเลย กว่าจะไปถึงจุดสูงสุด เบาๆ (เหอะๆ)


หากเราผ่านด่านนี้มาได้ ก็สบายหละ สุดท้ายเราก็มาถึงจุดสูงสุดของเขาช้างเผือก


ขึ้นมาถึงบนนี้แล้ว บอกได้เลย ไม่เสียทีที่ยอมเดินทาง และปีนป่ายขึ้นมา อากาศดี และสวยมาก


หลังจากนั้นพวกเราก็ถ่ายรูปกับธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ และเพื่อนๆคนอื่นกับมิตรภาพใหม่ ที่เราเจอที่นี่



กับเจ้าหน้าที่ ที่พาเรามาทริปนี้ ดูแลดีมากครับ


กับมิตรภาพใหม่ ที่ได้พบกัน แม้เวลาสั้นๆ แต่เป็นความทรงจำที่ดี ที่ได้รู้จักกัน

หลังจากนั้นทุกคนก็รอชมพระอาทิตย์ตกก่อนจะลงกับไปลานกางเต็นท์และทำอาหารทานด้วยกัน


หลังจากทานอาหารเรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายพักผ่อน เพื่อตื่นมาสัมผัสกับอากาศที่สดชื่น


ภาพอากาศยามเช้า ภาพสุดท้ายก่อนที่จะกลับไปสู่หมู่บ้านอีต่อง


พวกเราก็เดินทางกลับกันปกติ และก็มาถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทาง เลยเก็บภาพไว้ดูกันหน่อย ก่อนเดินทางกลับสู่กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ เพื่อทำงานกันต่อไป

จบบริบูรณ์

********************************************************************


** อันนี้เป็นบล็อกแรกที่ลองเขียนนะครับ ผิดพลาดประการใด ติชมกันได้นะครับ **